ทำไมกิจกรรมกลางแจ้งกลุ่ม S ถึงอยู่ S
กลุ่ม S คือกลุ่มที่คุณเริ่มได้พรุ่งนี้ โดยแทบไม่ต้องซื้ออะไรใหม่ ไม่ต้องฝึก และไม่ต้องรอฤดู
ตกปลาเก็บคะแนนเกณฑ์ค่าใช้จ่ายได้เต็ม เพราะคลองกับอ่างเก็บน้ำที่ไม่ใช่เขตอนุรักษ์หรือเขตอภัยทานไม่เก็บเงิน และบ่อสาธารณะในกรุงเทพฯ ก็มีหลายแห่ง ค่าใช้จ่ายเริ่มต้นตามแหล่งที่บันทึกไว้อยู่แค่หลักสิบ ข้อเสียที่ต้องพูดตรง ๆ คือถ้าคุณอยากได้ชุดจริงจังแทนของที่มีอยู่ ราคาเริ่มที่ 1,000 บาท
แคมป์ปิ้งได้เปรียบเพราะที่พักกลางป่าไม่คิดราคาแบบโรงแรม ค่ากางเต็นท์ในอุทยานอยู่ที่ 30 บาทต่อคนต่อคืน และหลายแห่งมีเต็นท์ให้เช่าพร้อมพื้นที่กาง 225 บาทต่อคืน ถุงนอน 30 บาท หมอน 10 บาท ลานกางเต็นท์แบบมีระบบรองรับกระจายอยู่ทั่วทุกภูมิภาค ถ้าจะเริ่มจากของใช้เดินทางที่มีคำตอบไว้แล้ว ดูที่ ของใช้เดินทาง ข้อเสียคือถ้าอยากได้เต็นท์ของตัวเอง ราคาเริ่มที่ 949 บาทสำหรับสองคน
เดินป่าชนะเพราะมีที่ให้ไปเยอะ ไม่ใช่เพราะถูกอย่างเดียว อุทยานแห่งชาติ 155 แห่งกระจายอยู่ใน 50 จังหวัด ค่าเข้าอุทยานอยู่ที่ 20 บาทสำหรับผู้ใหญ่ และ 10 บาทสำหรับเด็ก ข้อเสียคือรองเท้าที่เหมาะกับเส้นทางจริงราคา 1,850 บาทสำหรับผู้ชาย และ 1,400 บาทสำหรับผู้หญิง
จุดที่ทำให้ตก Tier
หัวข้อนี้เป็นเพียงการนำทางเท่านั้น
จักรยานคือตัวอย่างที่ชัดที่สุด เสือภูเขารุ่นเริ่มต้นที่ขายในไทยราคา 7,500 บาท และอีกรุ่น 10,500 บาท พายเรือคายัคต้องมีอย่างน้อยสี่อย่างคือ ตัวเรือ ไม้พาย เสื้อชูชีพ และชุดป้องกัน ถ้าซื้อเรือสูบลมสองที่นั่ง ราคาอยู่ที่ 14,500 บาท กอล์ฟก็ไม่ต่าง ถ้าจะเล่นจริงต้องมีชุดไม้ครบเซตพร้อมถุง
แม้ไม่ซื้ออุปกรณ์เอง ค่าธรรมเนียมต่อครั้งก็กดเกรดได้ ค่ากรีนฟีสนามที่ถูกที่สุดในโซนกรุงเทพฯ และปริมณฑลยังอยู่ที่ 700 ถึง 900 บาทต่อวันธรรมดา และยังไม่รวมแคดดี้กับรถกอล์ฟ เทนนิสถูกกว่าแต่ก็ไม่ฟรี คอร์ตในกรุงเทพฯ คิด 200 ถึง 650 บาทต่อชั่วโมง
เกณฑ์ความปลอดภัยโหดที่สุด เพราะถ้าได้เกรดต่ำสุดจะถูกล็อกไม่ให้ขึ้นเกิน Tier B ดำน้ำตื้นดูเบา แต่รายงานการจมน้ำ 98 กรณีพบ 32 กรณีเกี่ยวกับการดำน้ำตื้น และมีคนที่ประสบการณ์สูงรวมอยู่ด้วย จักรยานก็ไม่ใช่ของเล่น อัตราบาดเจ็บในเด็กสหรัฐอยู่ที่ 168.29 ต่อประชากรแสนคน และสาเหตุที่พบบ่อยคือล้มโดยไม่มีอุปกรณ์ป้องกันศีรษะหรือข้อมือ
บางกิจกรรมไม่ได้เจ็บเพราะอุบัติเหตุ แต่เจ็บเพราะใช้ซ้ำ นักปีนผาในนอร์เวย์บาดเจ็บ 4.2 ครั้งต่อ 1,000 ชั่วโมงที่ปีน และ 93% เป็นอาการจากการใช้ซ้ำที่นิ้วกับข้อศอก สเก็ตบอร์ดมีอัตราบาดเจ็บที่ห้องฉุกเฉิน 8.9 รายต่อผู้เล่น 1,000 คน กีฬาผจญภัยที่ต้องพึ่งไกด์และอุปกรณ์นิรภัยมีอัตราบาดเจ็บสูงกว่ากิจกรรมนันทนาการทั่วไป
เกณฑ์สุดท้ายคือการเดินทาง โรงเรียนสอนขี่ม้าในไทยกระจุกอยู่รอบกรุงเทพฯ และปริมณฑล ลานสเก็ตบอร์ดที่ได้มาตรฐานก็กระจุกอยู่ในกรุงเทพฯ ต่างจังหวัดแทบไม่มี ถ้าคุณต้องขับไปเอง ของกลุ่ม ยานยนต์ จะช่วยเรื่องการเดินทางไกลได้
ถ้าคุณสนใจแค่เกณฑ์เดียว
ถ้าคุณให้ความสำคัญกับเกณฑ์เดียว ตารางจะเรียงใหม่ทันที และตัวท็อปจะเปลี่ยนคน
ดูแค่ค่าใช้จ่ายต่อครั้ง สเก็ตบอร์ดแซงขึ้นมาได้ทันที เพราะมีสเกตพาร์กสาธารณะในร่มที่เบญจกิติเปิดให้ใช้ฟรีทุกวันตั้งแต่ 04.30 ถึง 22.00 น. ส่วนขี่ม้าร่วงไปท้ายตาราง แพ็กเกจเรียนสิบคอร์สอยู่ที่ 18,000 บาท เฉลี่ย 1,800 บาทต่อครั้ง ยังไม่รวมค่าจูงม้า 100 บาทต่อครั้ง
ดูแค่ความปลอดภัย กอล์ฟขึ้นมาเป็นกลุ่มแรก อัตราบาดเจ็บอยู่ที่ 1.4 ครั้งต่อ 1,000 ครั้งที่เล่นในผู้ชาย และ 2.6 ในผู้หญิง การปีนแบบมีสายเซฟเจ็บ 0.29 ครั้งต่อ 1,000 ชั่วโมง ขณะที่โบลเดอร์ริ่งที่ไม่มีสายเจ็บ 1.47 ครั้ง วิ่งเทรลคือรายการที่ร่วงแรงที่สุด มือใหม่บาดเจ็บ 17.8 ครั้งต่อ 1,000 ชั่วโมงวิ่ง
ดูแค่การเดินทางและฤดู กอล์ฟกลับขึ้นนำ เพราะมีสนามประมาณ 250 แห่งทั่วประเทศ และกรุงเทพฯ กับปริมณฑลหนาแน่นที่สุด กิจกรรมทางทะเลมีจุดให้เล่นหลายสิบแห่งตามอุทยานทางทะเลทั้งสองฝั่ง ส่วนเส้นทางในอุทยานใช้ร่วมกันได้ทั้งเดินป่าและวิ่งเทรล
คำถามที่พบบ่อย
ถ้าไม่มีอุปกรณ์อะไรเลย กิจกรรมกลางแจ้งอย่างไหนเริ่มได้ก่อน
ตกปลากับแคมป์ปิ้ง เพราะของพร้อมใช้หาซื้อได้ในไทยไม่ต้องนำเข้า ชุดอุปกรณ์ตกปลามีขายและจัดส่งทั่วประเทศเมื่อซื้อครบ 1,500 บาท อุปกรณ์แคมป์ปิ้งก็ขายครบชุดในหมวดเดียวพร้อมเงื่อนไขส่งฟรีเดียวกัน
อุปกรณ์ชิ้นแรกของแต่ละสายราคาเท่าไหร่
สายวิ่งเทรลจ่ายรองเท้าคู่แรก 2,520 บาท จากราคาปกติ 4,200 บาท สายสเก็ตบอร์ดจ่ายบอร์ดพร้อมเล่น 1,950 บาท สายดำน้ำตื้นจ่ายชุดหน้ากากกับท่อหายใจเริ่มที่ 450 บาท และอีกรุ่น 580 บาท
กิจกรรมกลางแจ้งแบบไหนที่ต้องมีคนสอน
ขี่ม้าชัดที่สุด โรงเรียนสอนคิดเป็นแพ็กเกจ เรียน 10 ครั้ง 18,000 บาท และ 15 ครั้ง 24,000 บาท ยังไม่รวมค่าจูงม้า 100 บาทต่อครั้ง ปีนผาเริ่มได้ในกรุงเทพฯ เพราะมีผาจำลองอย่างน้อยหกแห่ง ถ้าพาเด็กไปด้วย ดูแนวทางใน แม่และเด็ก
กิจกรรมกลางแจ้งอย่างไหนหนักกว่ากัน
ดูที่ค่า MET ซึ่งบอกความหนักต่อชั่วโมง ตกปลาอยู่ที่ 3.5 MET พายเรือคายัค 5.8 MET ส่วนวิ่งเทรลอยู่ในกลุ่มหนักมากตั้งแต่ 8 MET ขึ้นไป